วันจันทร์ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

เก็บเงินไว้เผื่อ ค่ารักษาพยาบาล

เคยได้ยินได้ฟังเสียงบ่นเรื่องค่ารักษาตามโรงพยาบาลเอกชนต่างๆมาเยอะแยะจังนะฮ้า นัยว่าคนไข้บางรายพอไม่สบายฉุกเฉินขึ้นมา แล้วถ้าจำเป็นต้องไปใช้บริการของโรงพยาบาลที่ใกล้บ้านตัวเองมากที่สุด ซึ่งเผอิ๊ญเป็นโรงพยาบาลเอกชนเข้าล่ะก็ อื้อหือ...โรงพยาบาลบางแห่งถึงกับเรียกเก็บเงินค่าประกันการรักษากันก่อนเลยก็มี ซึ่งคนไข้หรือญาติคนไข้จะต้องวางเงินเท่าไหร่ก็สุดแท้แต่ทางโรงพยาบาลนั้นจะเรียกมาเท่าไหร่ ก็ต้องให้ไปเท่านั้น

การเรียกเงินประกันการรักษาไปก่อนของทางโรงพยาบาลนั่นไม่ผิดหรอก หากคิดในมุมของทางโรงพยาบาลนะ เพราะคงกลัวหรือเคยเจอคนไข้เบี้ยวค่ารักษากันมาแล้วมั้งถึงต้องงัดกลยุทธ์นี้มาใช้ ซึ่งก็โหดกันไปนิดนะ เพราะถ้าคิดถึงจิตใจของฝ่ายคนไข้บ้าง เชื่อดิใครเจอกรณีแบบนี้ ย่อมรู้สึกหงุดหงิด และคิดมากแหงๆ แหม...ไอ้เรายิ่งไม่สบายอยู่ ยังมาทำกันอย่างนี้อีก แล้วจะไม่ให้บ่นได้ไงล่ะ

แต่โรงพยาบาลเอกชนหลายแห่งไม่ได้ใช้วิธีนี้ก็มีอีก กระนั้นกลับเป็นที่รู้ๆกันอยู่ว่า ค่ารักษาพยาบาลในโรงพยาบาลเอกชนน่ะมันแพงซะจนบางคนถึงกับขยาดไม่กล้าเฉียดเข้าไปรักษายังมีเล้ย แล้วก็ดิ้นรนหันไปรักษาในโรงพยาบาลของรัฐแทน

บางโรงพยาบาลเอกชนนะ แม้ไม่เรียกเก็บค่าประกันก่อน แต่พอคนไข้เข้าไปรักษา ถ้าเกิดจำเป็นต้องนอนค้างในโรงพยาบาลเมื่อไหร่ (ในกรณีเจ็บป่วยจนทนอยู่บ้านไม่ไหว) ก็จะมีเจ้าหน้าที่มาชี้แจงเรื่องค่าห้อง, แล้วให้เลือกว่าจะค้างที่ห้องแบบไหนราคาใดก็ว่ากันไป อีกอย่างที่จะถูกถามแน่นอนคือ คนไข้มีประกันสุขภาพที่ไหนไว้บ้างรึเปล่า? ถ้าไม่มีก็เก๊กซิมกันไป เพราะต้องนำเงินเก็บมาจ่ายน่ะซี

แต่ถ้ามี ทางโรงพยาบาลก็ดีแหละ จะช่วยเคลมค่ารักษาพยาบาลให้ ทำให้เดี๋ยวนี้ใครๆ ที่พอจะมีรายได้เหลือเก็บอยู่มั่งจึงเจียดเงินไปซื้อประกันสุขภาพและประกันชีวิตของบริษัทประกันต่างๆ ที่ตอนนี้แข่งกันหาลูกค้าเหลือเกินน่ะซี ซึ่งการมีประกันสุขภาพและประกันชีวิตไว้กะตัวก็อุ่นใจไปอย่าง

ตรงนี้ก็อยากเตือนกันไว้หน่อยนะจ๊ะว่า ก่อนจะทำประกันชีวิตหรือประกันสุขภาพที่ไหน ควรตรวจสอบข้อมูลที่เป็นสัญญากันให้ถี่ถ้วนซะก่อน เพราะเบี้ยประกันทุกวันนี้ราคาถูกซะที่ไหนล่ะ ดังนั้น ถ้าจะทำประกันกันทั้งที จึงควรเลือกที่พอจ่ายเบี้ยไหวละกัน

ส่วนใครถ้าจำเป็นต้องเข้าโรงพยาบาลเอกชน ก็อยากแนะว่า *ถ้าเป็นไปได้ โรงพยาบาลควรบอกรายละเอียดค่าแพทย์และค่ารักษาในด้านต่างๆให้คนไข้ทราบล่วงหน้าจะแจ๋วมากจ้า * ลองเปรียบเทียบราคาค่ารักษาของโรงพยาบาลหลายๆแห่ง ก่อนที่จะเข้าทำการรักษากันเหอะ จะได้รู้ตัวล่วงหน้าว่าจะมีค่าใช้จ่ายประมาณเท่าไหร่ ถ้าจ่ายไหวที่โรงพยาบาลไหนจะได้เลือกที่นั่น *แต่ถ้าใครมีสวัสดิการอย่างประกันสังคมหรือบัตรทอง จะใช้ตรงนี้ก่อนก็ได้ ประหยัดดีด้วย ขอให้สุขภาพดีกันถ้วนหน้าจ้ะ

วันอังคารที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

ช.พ.ค.ยอมเปิดทางไม่บีบทำประกันเงินกู้

ผุดเงื่อนไขเพิ่มผู้ค้ำ-จำกัดวงเงิน เตรียมถก "ออมสิน" ปล่อยไฟเขียว ขอเปลี่ยนแปลงข้อตกลงที่เคยทำไว้ หากธนาคารออมสินยินยอมก็จะนำมาใช้ได้ทันที….

ดร.ชินภัทร ภูมิรัตน ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะประธานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) กล่าวหลังการประชุมคณะกรรมการฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อครูและบุคลากรทางการศึกษา (ช.พ.ค.) นัดพิเศษ ว่า ที่ประชุมพิจารณาข้อห่วงใยของนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รมว.ศึกษาธิการ ใน 2 ประเด็น คือ 1. ทบทวนการบังคับทำประกันชีวิตเพื่อประกันสินเชื่อ และ 2. การหักเงิน 10,000 บาท เพื่อเข้ากองทุนรวมสวัสดิการเพื่อความมั่นคงของสมาชิก ช.พ.ค. ซึ่งประเด็นการทบทวนการบังคับทำประกันชีวิต ที่ประชุมเห็นว่าควรมีทางเลือก 2 แนวทาง ได้แก่ 1. บังคับทำประกันชีวิต กรณีกู้เงินเต็มเพดานในวงเงิน 600,000 บาท โดยมีผู้ค้ำประกัน 1 คน ตามเงื่อนไขเดิม 2. ไม่บังคับทำประกันชีวิต แต่ ให้กู้ได้ในวงเงินไม่เกิน 500,000 บาท โดยมีผู้ค้ำประกัน 3 คน และผู้รับประโยชน์ต้องยินยอม เนื่องจากเมื่อสมาชิก ช.พ.ค.เสียชีวิต จะได้รับผลประโยชน์ 690,000 บาทซึ่งทาง ช.พ.ค.จะต้องจ่ายเงินให้ 100,000 บาททันที เพื่อเป็นค่าพิธีศพ ดังนั้น จึงจำเป็นต้องกันเงินส่วน
นี้ไว้ไม่สามารถให้กู้เต็มเพดานได้ ส่วนที่ต้องให้มีผู้ค้ำประกันถึง 3 คน ก็เป็นไปตามเงื่อนไขการกู้เงินปกติ

ดร.ชินภัทรกล่าวอีกว่า สกสค.ต้องนำเสนอหลักการการทำประกันชีวิตดังกล่าวต่อธนาคารออมสินเพื่อพิจารณาและขอเปลี่ยนแปลงข้อตกลงที่เคยทำไว้ก่อน หากธนาคารออมสินยินยอมก็จะนำมาใช้ได้ทันที ในกรณีของผู้ที่ยังไม่ได้รับเงินกู้กว่า 160,000 ราย เนื่องจากขณะนี้มีผู้มายื่นกู้ไว้กว่า 180,000 ราย และได้รับเงินกู้ไปแล้วกว่า 20,000 ราย ซึ่งผู้ที่กู้เกินกว่า 300,000 บาท ก็ถูกบังคับทำประกันชีวิตไปแล้ว อย่างไรก็ตาม หากธนาคารออมสินไม่เห็นด้วยกันแนวทางดังกล่าว สกสค.ก็คงต้องไปเจรจากันใหม่ สำหรับประเด็นการหักเงิน 10,000 บาทเข้ากองทุนรวมฯนั้น ที่ประชุมมีมติว่าควรให้เป็นไปด้วยความสมัครใจ ดังนั้น หากสมาชิกที่ได้รับเงินกู้ไปแล้วต้องการรับเงินคืนก็สามารถติดต่อได้ที่สำนักงาน สกสค.จังหวัดภายในเดือน ส.ค.นี้ ผู้ที่ยังไม่ได้รับเงินกู้ก็จะมีช่องให้กรอกในแบบฟอร์มว่าจะประสงค์ให้หักเงินหรือไม่ อย่างไรก็ตาม หากมีผู้สนใจลงทุนในกองทุนรวมฯน้อย ก็อาจจะส่งผลกระทบต่อการดำเนินกิจกรรมของกองทุนได้.

วันเสาร์ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

กรุงไทยจุดพลุเขย่าตลาดเงินฝาก ชูเงินฝากพ่วงประกันดอกงาม

แบงก์กรุงไทยออกผลิตภัณฑ์เงินฝากใหม่ KTB 5+ มอบเป็นของขวัญปีใหม่ให้ ลูกค้า-ประชาชน เป็นเงินฝากประจำ 3 เดือน จ่ายอัตราดอกเบี้ยถึงร้อยละ 5 ต่อปี ผู้ฝากต้องซื้อประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ 10 EC ด้วย ...

นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ธนาคารออกผลิตภัณฑ์เงินฝากใหม่ KTB 5+ เพื่อมอบเป็นของขวัญในโอกาสเทศกาลปีใหม่ให้กับลูกค้าและประชาชน เป็นเงินฝากประจำ 3 เดือน จ่ายอัตราดอกเบี้ยถึงร้อยละ 5 ต่อปี ผู้ฝากต้องซื้อประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ 10 EC ของบริษัทกรุงไทยแอกซ่าประกันชีวิตด้วย มีระยะเวลาคุ้มครอง 10 ปี แต่จ่ายเบี้ยประกันเพียง 6 ปี โดยยอดเงินฝากเท่ากับเบี้ยประกันชีวิตที่จ่ายรายปีขั้นต่ำ 50,000 บาท และทวีคูณ 10,000 บาท คาดว่าจะมีลูกค้าฝากเงินไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท

"ธนาคารออกเงินฝากดังกล่าวเพื่อส่งเสริมให้ประชาชนเก็บออมและคุ้มครองความมั่นคงของชีวิต สร้างหลักประกันให้กับครอบครัว รวมทั้งสนับสนุนให้ลูกค้าวางแผนออมเงินตั้งแต่ต้นปี ซึ่งนอกจากลูกค้าได้รับดอกเบี้ยในอัตราที่สูงแล้ว ยังได้รับการชดเชยรายวันเมื่อเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลวันละ 1,000 บาท ได้รับประกันอุบัติเหตุและประกันชีวิตส่วนบุคคล 100,000 บาท รวมทั้งได้รับสิทธิ์ในการลดหย่อนภาษีจากเบี้ยประกันชีวิตได้สูงสุดถึง 100,000 บาทด้วย สามารถฝากเงินได้ที่สาขาของธนาคารเกือบ 880 แห่งทั่วประเทศจนถึงวันที่ 30 มีนาคมนี้".

วันอาทิตย์ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

วิสิฐ ทิ้งทวนกบข. ประกันเปี่ยมสุข ร่วม3บริษัทดัง

กบข. สานต่อความมั่นคงในชีวิต มอบโครงการประกันชีวิตเปี่ยมสุขแก่สมาชิก พร้อมรูปแบบความคุ้มครองหลากหลายในการสร้างหลักประกันและแบบแผนทาง การเงิน กับบริษัทประกันฯ 3 แห่ง ก่อน "วิสิฐ ตันติสุนทร" พ้นตำแหน่ง ...

นางอมฤดา สุวรรณจินดา ผู้ช่วยเลขาธิการ สายสมาชิกสัมพันธ์และกิจกรรม สาธารณะ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เปิดเผยเมื่อวันที่ 2 มิ.ย. ถึงการสาน ต่อ "โครงการสวัสดิการประกันชีวิตเปี่ยมสุข" เพื่อมอบสิทธิประโยชน์ที่ตรงกับ ความต้องการของสมาชิกเป็นการต่อเนื่อง ภายหลังจากที่ได้สิ้นสุดระยะเวลาโครงการ ไปเมื่อเดือน ก.ย.2551 ว่า ล่าสุด กบข. ร่วมกับบริษัทประกันชีวิตที่มี ความมั่นคงรวม 3 แห่ง ได้แก่ บริษัท อเมริกันอินเตอร์แนชชั่นแนลแอสชัวรันส์ จำกัด บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด และบริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด จัดทำ โครงการสวัสดิการประกันชีวิตด้วยอัตราเบี้ยประกันพิเศษ และขยายบริการต่างๆ ให้ ครอบคลุมและทั่วถึงมากขึ้น เพื่อมอบแก่สมาชิก กบข. ครอบครัว และเครือญาติ สำหรับรูปแบบของกรมธรรม์ประกันชีวิตที่นำเสนอนั้น มีรูปแบบความคุ้ม ครองหลากหลายรูปแบบ ตามวัตถุประสงค์ในการสร้างหลักประกันและแบบแผนทาง การเงิน อาทิ แบบประกันเพื่อการออมทรัพย์ แบบประกันเพื่อความคุ้มครองชีวิตใน ยามฉุกเฉินหรือยามเจ็บไข้ แบบประกันเพื่อการเกษียณ นอกจากนี้ ยังมีสัญญาเพิ่ม เติมอื่นๆมากมาย ดังนั้น ในการตัดสินใจเลือกซื้อแบบประกันชีวิต สมาชิกจึงควรต้อง พิจารณารูปแบบและเงื่อนไขของกรมธรรม์ที่ให้ผลประโยชน์เหมาะสมกับความต้อง การ โดยคำนึงถึงอายุ สถานภาพ อาชีพ รวมถึงรายได้ของผู้ทำประกันชีวิต ต้อง สอดคล้องกับการชำระเบี้ยประกันและแบบแผนทางการเงิน ตลอดจนควรมีการศึกษา ข้อมูลหรือสามารถขอคำปรึกษาจากตัวแทนของบริษัทประกันชีวิต ได้เช่นกัน สมาชิก กบข. ผู้สนใจสิทธิประโยชน์ดังกล่าว เพียงแสดงบัตรสมาชิก กบ ข. เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการใช้สิทธิกับบริษัทที่เข้าร่วมโครงการได้ตั้งแต่วันนี้ถึงวัน ที่ 31 พ.ค. 2554

ผู้ช่วยเลขาธิการ สายสมาชิกสัมพันธ์และกิจกรรมสาธารณะ กบข. กล่าวด้วยว่า โครงการประกันชีวิตเปี่ยมสุขในครั้งที่ผ่านมา ประสบความสำเร็จจากการตอบรับของสมาชิกจำนวนมาก สมาชิก กบข. ได้ให้ความสนใจ และไว้วางใจจำนวน 240,111 กรมธรรม์ หรือคิดเป็นวงเงินเอาประกันรวมถึง 32,811.25 ล้านบาท นับว่าได้รับการตอบรับจากสมาชิกเป็นอย่างดี และเป็นเหตุผลประการหนึ่งที่ผลักดันให้ กบข.จัดโครงการนี้ต่อเนื่อง สมาชิก กบข.ที่สนใจสวัสดิการโครงการประกันชีวิตเปี่ยมสุขสามารถติดต่อโดยตรงที่ศูนย์บริการลูกค้าของบริษัททั้ง 3 แห่ง ได้แก่ AIA Call Center โทรศัพท์ 1581 กด 2 บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต โทรศัพท์ 1766 กด 6 และบริษัท ไทยประกันชีวิต โทรศัพท์ 1124 กด 3 หรือศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์ กบข. ที่ www.gpf.or.th

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า โครงการนี้เป็นโครงการสุดท้ายก่อนที่ นายวิสิฐ ตันติสุนทร เลขาธิการ กบข. จะแสดงความจำนง และยื่นใบลาออกจากตำแหน่งในวันเดียวกัน เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อการบริหาร กบข.จนขาดทุน โดยยืนยันว่าไม่ได้มี เจตนากระทำผิดหรือจะหาประโยชน์จาก กบข. แต่อย่างใด

วันเสาร์ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

ไทยประกันชีวิตคว้าดีเด่น 2 ปีซ้อน โชว์ฐานะการเงินแกร่งเครดิตปึ้ก

ไทยประกันชีวิตคว้ารางวัลบริษัทประกันชีวิตที่มีการบริหารงานดีเด่น อันดับ 1 ต่อเนื่อง 2 ปีซ้อน หลังไม่เคยถูกลงโทษใดๆ ไม่ว่าจะเป็นโทษหนักหรือโทษเบา รวมถึงมีความมั่นคงทางการเงินสูง..

นายไชย ไชยวรรณ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทไทยประกันชีวิต จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทได้รับรางวัลบริษัทประกันชีวิตที่มีการบริหารงานดีเด่น อันดับ 1 ต่อเนื่อง 2 ปี (ประจำปี 2550 และ 2551) จากสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) โดยรางวัลดังกล่าวพิจารณาจากคุณสมบัติหลากหลายด้าน ซึ่งไทยประกันชีวิตมีคุณสมบัติตรงตามหลักเกณฑ์ทุกประการ โดยเฉพาะการดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ อาทิ การพัฒนากรมธรรม์ที่คำนึงถึงผลประโยชน์ของประชาชน การริเริ่มรูปแบบกรมธรรม์ใหม่ๆ การจัดระบบการให้บริการแก้ไขปัญหาข้อร้องเรียน

นอกจากนั้น ยังต้องเป็นบริษัทที่ปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีของ คปภ. รวมถึงสนับสนุนการดำเนินงานตามกรอบแผนแม่บทการพัฒนาการประกันภัย โดยต้องดำเนินธุรกิจอยู่บนหลักธรรมาภิบาล ไม่เคยถูกลงโทษใดๆ ไม่ว่าจะเป็นโทษหนักหรือโทษเบา รวมถึงมีความมั่นคงทางการเงินสูง อันหมายถึงความสามารถในการสร้างหลักประกันที่มั่นคงแก่ผู้เอาประกัน ซึ่งปัจจุบันไทยประกันชีวิตมีสินทรัพย์ ณ สิ้นปี 2551 อยู่ที่ 137,110 ล้านบาท เงินสำรองประกันชีวิต 115,240 ล้านบาท และเงินกองทุน 10,350 ล้านบาท รวมถึงได้รับการจัดอันดับเครดิตความมั่นคงทางการเงินจากสถาบัน Standard & Poors (S&P) ที่ระดับ A- และ axAA- ซึ่งเป็นระดับที่สูงสุดของธุรกิจคนไทย